Blog

4 เทคนิคบริหารโบนัสอย่างไรให้คุ้มค่า

4 เทคนิคบริหารโบนัสอย่างไรให้คุ้มค่า

เมื่อได้รับเงินโบนัส หลายคนมักรู้สึกสับสนว่าจะใช้เงินนี้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางคนใช้จ่ายไปทั้งหมด บางคนเก็บไว้แต่ไม่รู้จะนำไปทำอะไร วันนี้เราจะมาแนะนำ 4 เทคนิคบริหารโบนัสอย่างไรให้คุ้มค่า ที่จะช่วยให้คุณใช้เงินอย่างฉลาดและได้ประโยชน์มากที่สุด เทคนิคที่ 1: เคลียร์หนี้ที่ค้างชำระ เงินโบนัสเป็นโอกาสดีที่ช่วยให้คุณสามารถชำระหนี้ที่ค้างอยู่ได้ เช่น หนี้บัตรเครดิต และหนี้สินอื่นๆ ที่มีดอกเบี้ยสูง ประโยชน์ของการเคลียร์หนี้ค้างชำระ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่ ต้องจ่ายทุกเดือน และปรับปรุงคะแนนเครดิตของคุณได้อีกด้วย เคล็ดลับ: ลองเริ่มจากหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน เพื่อประหยัดเงินได้มากที่สุด เทคนิคที่ 2: เก็บออมไว้สำรอง เงินสำรองเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ควรเก็บไว้เพื่อ เอาไว้ใช้ตอนมีปัญหาฉุกเฉินเป็นเงินสำรองสำหรับอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ประโยชน์ของการเก็บออมไว้สำรองจะช่วยให้คุณนอนหลับสบายโดยไม่กังวล ป้องกันการต้องกู้เงินตอนเกิดเหตุฉุกเฉินสร้างความมั่นใจในชีวิต เคล็ดลับ: ลองเก็บไว้ 3-6 เดือนของรายได้ประจำเดือน เพื่อให้เพียงพอในกรณีฉุกเฉิน เทคนิคที่ 3: ลงทุนเพื่ออนาคต ใช้เงินโบนัสเพื่อลงทุนในสิ่งที่จะช่วยให้รายได้ของคุณเพิ่มขึ้นในอนาคต ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม เรียนหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะ และลงทุน ในธุรกิจเพิ่มเติม ประโยชน์ของการลงทุนเพื่ออนาคต คือ เงินของคุณจะเติบโต ไปพร้อมกับเวลา เพิ่มโอกาสในการมีรายได้เพิ่มเติม และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เคล็ดลับ: เลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับความสามารถและ ความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ เทคนิคที่ 4: ให้รางวัลตัวเอง ไม่ควรลืมว่าคุณสมควรได้รับรางวัลจากความพยายามของตัวเอง เงินโบนัสเป็นโอกาสดีที่จะซื้อสิ่งที่คุณต้องการมานาน ท่องเที่ยวหรือพักผ่อน ใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัว ประโยชน์ของการให้รางวัลตัวเองจะช่วยให้คุณรู้สึกประเมินค่าตัวเอง สร้างแรงจูงใจในการทำงาน สร้างความสมดุลระหว่างการทำงาน และชีวิตส่วนตัว เคล็ดลับ: ลองแบ่งเงินโบนัสออกเป็นส่วนต่างๆ เพื่อให้สามารถ ทำตามทั้ง 4 เทคนิคได้

See More

💼 ของมันต้องใช้! 7 สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่คนส่วนใหญ่ “ลืมใช้”

1. ค่าประกันสุขภาพของตัวเอง : ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาทรวมกับประกันชีวิต (ถ้ามี) ได้ไม่เกิน 100,000 บาท หลายคนซื้อประกันไว้แต่ไม่ขอใบรับรองเพื่อลดหย่อน! 2. ค่าประกันสุขภาพพ่อแม่(ของผู้มีเงินได้) : ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาทต่อคน (พ่อ 15,000 + แม่ 15,000 = รวม 30,000 ได้) พ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี 3. ค่าลดหย่อนบุตร : บุตรคนแรกได้ 30,000 บาท คนต่อไป 60,000 บาท ถ้าเป็นบุตรที่กำลังศึกษาในประเทศ ยังใช้สิทธิ์ได้อยู่ 4. ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน : ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท/ปีใช้ได้เฉพาะ “บ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง” และมีเอกสารจากธนาคาร 5. กองทุนรวมเพื่อการออม : Thai ESG ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ (สูงสุด 300,000 บาท)RMF ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ (สูงสุด 500,000 บาท) ทั้งสองรวมกับกองทุนอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท 6. เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบข. และ กอช. : หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมแล้วไม่เกิน 500,000 บาท หลายคนไม่รู้ว่า “เงินที่บริษัทหักเข้ากองทุน” ก็ใช้ลดหย่อนได้! 7. บริจาคเพื่อส่วนรวม : การศึกษา โรงพยาบาล กาชาด หรือพรรคการเมืองหักได้ 1–2 เท่า ของเงินบริจาค (ขึ้นอยู่กับประเภท) อย่าลืม! ต้องเป็นหน่วยงานที่อยู่ใน “รายชื่อกรมสรรพากร” เท่านั้น #MoneySavingTips #วางแผนการเงิน #iMoneyPartner …

💸 “เงินเดือนแค่หมื่นห้า จะออมยังไงให้ไหว?”

คำถามนี้หลายคนคงเคยคิด… แต่ความจริงคือไม่ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ก็ออมได้ถ้าเริ่มต้น “วางแผน” และ “มีวินัย”เพราะนิสัยการออม คือ สิ่งที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กหรืออย่างน้อยในวันที่เราเริ่มต้นทำงานมีรายได้เป็นของตัวเองเริ่มจาก 3 วิธีง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ 👇1️⃣ วางแผนการใช้จ่าย — ทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้เห็นชัดว่าเงินรั่วตรงไหน แล้วค่อยปิดรูรั่วนั้น2️⃣ ออมก่อนใช้ — เงินเดือนออกเมื่อไหร่หักเก็บก่อนเลยอย่างน้อย 10%3️⃣ ใช้สวัสดิการให้คุ้ม — โดยเฉพาะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่นายจ้างสมทบให้ฟรี ๆเริ่มออมวันนี้ ถึงจะยังไม่มาก แต่ “วินัยที่สร้างได้ตั้งแต่ต้น”จะเป็นต้นทุนสำคัญในอนาคต 💪 วางแผนการเงิน #ออมเงิน #มือใหม่เริ่มออม #การเงินคนทำงาน #เก็บก่อนใช้ทีหลัง

💡 บทเรียนการเงินจาก “น้องวิน ภาสวิน” เด็กชายวัย 14 ที่ทิ้งไว้ให้เราคิด

หลายคนอาจรู้จัก “น้องวิน ภาสวิน”เด็กวัย 14 ปีที่แม้สุขภาพจะไม่แข็งแรงแต่กลับเข้าใจ “คุณค่าของชีวิตและการเงิน” ได้ลึกซึ้งกว่าผู้ใหญ่หลายคน เขาเคยพูดว่า “เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่เรารู้ได้ว่า…วันนี้เราทำอะไรได้บ้างเพื่อให้อนาคตเราดีขึ้น” นี่คือ 7 บทเรียนการเงินจากน้องวิน ที่ทุกคนควรอ่านสักครั้ง 💛 1️⃣ เริ่มต้นเร็ว คือได้เปรียบที่สุดอย่ารอให้พร้อม เพราะ “เวลา” คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดยิ่งเริ่มออม เริ่มวางแผนเร็ว ดอกผลยิ่งงอกเงยเร็ว 2️⃣ ออมก่อนใช้จ่ายเก็บอย่างน้อย 20% ของรายได้ไว้ก่อนแล้วใช้ที่เหลือให้เกิดประโยชน์นี่คือวินัยเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง 3️⃣ มีเงินสำรองฉุกเฉินเสมอเพราะไม่มีใครรู้ว่า “วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น”เงินสำรองคือเกราะป้องกันชีวิตจากเหตุไม่คาดคิด 4️⃣ ลงทุนเพื่ออนาคต ไม่ใช่เพื่อโชคชะตาน้องวินเลือกทองคำ เพราะเข้าใจในสิ่งที่ลงทุนจงลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจ และเรียนรู้ตลอดเวลา 5️⃣ อย่าใช้เงินในอนาคตโดยไม่จำเป็นคำเตือนของน้องวิน — “อย่าซื้อก่อนถ้ายังไม่มีเงินจ่าย”เครดิตไม่ผิด…ถ้าเราใช้มันอย่างฉลาด 6️⃣ “รวย” ไม่ได้แปลว่ามีเงินเยอะแต่มันคือ “การมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต”ไม่ต้องหนีหนี้ ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้ และใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็น 7️⃣ สร้างรายได้จากสิ่งที่รักน้องวินเริ่มจากขายขนมในโรงเรียน และใช้โซเชียลมีเดียสร้างแบรนด์ตัวเองเพราะเขาเชื่อว่า “ถ้าเรามีคุณค่า รายได้จะตามมาเอง” 🕊️ น้องวินจากไปด้วยวัยเพียง 14 ปีแต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้…คือแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้เราทุกคน “เห็นคุณค่าของชีวิต และเงิน”ในมุมที่ลึกซึ้งกว่าตัวเลขในบัญชี ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอีกครั้ง 🖤 วินภาสวิน #WinPhassawin #บทเรียนชีวิต #แรงบันดาลใจ #การเงินส่วนบุคคล #ออมเงิน #ลงทุนในตัวเอง

📅 รู้ไว้ก่อนสาย! ยื่นภาษีช้าต้องจ่ายค่าปรับเท่าไหร่ ❓

ทุกปีเราต้องยื่นภาษี ภ.ง.ด.90/91 ภายในวันที่ 30 มีนาคม ของปีถัดไปแต่ถ้า “ลืม” หรือ “ยื่นช้า” ก็ต้องเจอค่าปรับนะ 😅 💸 อัตราค่าปรับยื่นภาษีบุคคลธรรมดาล่าช้า🔹 ยื่นช้าไม่เกิน 7 วัน → ปรับ 100 บาท🔹 ยื่นช้าเกิน 7 วัน → ปรับ 200 บาท แต่ยังไม่หมดเท่านี้!ถ้าคำนวณแล้วคุณ ต้องจ่ายภาษีเพิ่มกรมสรรพากรจะคิด เบี้ยปรับอีก 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้างชำระด้วย 😱 📍 สรุปแบบเข้าใจง่าย ๆค่าปรับรวมสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทแต่ถ้ามีภาษีค้างชำระ = เสียดอกเบี้ยเพิ่มทุกเดือน #MoneySavingTips #FinancialEducation #iMoneyPartner #วางแผนการเงิน #ภาษี #วางแผนภาษี #ยื่นภาษีออนไลน์ #ยื่นภาษี

💰 ทองคำพุ่งแรงปี 2025 — คนงบน้อยเริ่มต้นลงทุนยังไงดี?

ปี 2025 ราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ 🏆ตอนนี้ “ทองคำแท่ง 1 บาท” ต้องใช้เงินกว่า 60,000 บาททำให้หลายคนที่อยากเริ่มลงทุนทองต้องคิดหนัก… แต่รู้หรือไม่ว่า “ลงทุนทอง” ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เสมอไปปัจจุบันมีหลายทางเลือกที่เหมาะกับคนงบน้อย เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักร้อยบาทเท่านั้น! 🟡 1. การออมทอง (Gold Saving)ลงทุนทองได้แม้มีงบน้อย 💛เป็นการทยอยซื้อทองคำทีละเล็กน้อย เช่น รายวัน/รายเดือนเริ่มต้นเพียง หลักร้อยบาท ก็สะสมทองคำได้แล้ว ⚡ข้อดี🔸ใช้เงินเริ่มต้นน้อยแต่ได้ทองแท้จริง🔸สร้างวินัยการออม (DCA) ได้ราคาทองเฉลี่ยดี🔸ไม่ต้องเก็บทองเอง มีระบบเก็บรักษาปลอดภัย 📍ข้อควรระวัง🔸ราคาทองมีความผันผวน🔸ไม่มีดอกเบี้ย🔸ต้องออมครบตามเงื่อนไขถึงเบิกทองได้เหมาะกับ: มนุษย์เงินเดือน / คนงบน้อยที่อยากเริ่มลงทุนระยะยาว 📈 2. กองทุนรวมทองคำ (Gold Fund)เหมาะกับคนอยาก “ลงทุนทองผ่านแอป”ไม่ต้องซื้อทองจริง แต่ได้ผลตอบแทนตามราคาทองคำโลก ⚡ข้อดี🔸สะดวก ซื้อขายผ่านแอปธนาคารได้เลย🔸ไม่ต้องเก็บทองเอง🔸มีผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการ 📍ข้อควรระวัง🔸เสี่ยงจากค่าเงินบาทแข็งค่า🔸มีค่าธรรมเนียมการจัดการเหมาะกับ: คนที่ต้องการ “ความสะดวก” และอยากกระจายพอร์ตการลงทุน 💎 3. ทองรูปพรรณเริ่มต้นถูกกว่า ซื้อครึ่งสลึงได้ในงบไม่ถึงหมื่นบาทเหมาะกับคนอยาก “สวมใส่ + เก็บมูลค่าไปพร้อมกัน” ⚡ข้อดี🔸ใช้เป็นเครื่องประดับได้🔸มูลค่าคงทน 📍ข้อควรระวัง🔸เสียค่ากำเหน็จ🔸ขายคืนราคาต่ำกว่าทองแท่ง🔸อาจสึกหรอหากสวมใส่บ่อยเหมาะกับ : คนที่ต้องการสะสมสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง 💡ทองคำคือ สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่สินทรัพย์ทำกำไรเร็วใครที่อยากเริ่มต้นลงทุนทองในปี 2025 เริ่มได้จาก “ออมทอง” หรือ “กองทุนทองคำ” ด้วยเงินหลักร้อยค่อย ๆ สะสมอย่างมีวินัย แล้วคุณจะมีทองคำเป็นของตัวเองในอนาคต ✨ อ้างอิงข้อมูลจาก : https://thestandard.co/low-budget-gold-investing

กองทุน Thai ESGX คืออะไร?

Thai ESGX คือ กองทุนรวมกลุ่มใหม่ในหมวด Thai ESG ที่มุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) เช่นเดียวกับกองทุน ThaiESG ที่มีอยู่เดิม แต่เพิ่มเงื่อนไขพิเศษด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีขึ้นมาเป็นการเฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ คือ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน และกระตุ้นให้เงินลงทุนยังคงหมุนเวียนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในปี 2568 นี้ กองทุน LTF ทั้งหมดจะสามารถขายคืนได้ตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษี ระยะเวลาถือครอง กองทุน Thai ESGX กับ กองทุน LTF มีระยะเวลาถือครองใกล้เคียงกัน โดยกองทุน Thai ESGX ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปี นับแบบวันชนวัน ตั้งแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่แจ้งสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ส่วนกองทุน LTF ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน (เท่ากับถือครอง 5 ปีเต็ม) อ้างอิงข้อมูล : https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/655-tsi-what-is-thai-esgx-fund